Extension น่าใช้บน Google Chrome

หลังจากที่เบราเซอร์ตัวที่ใช้ประจำอย่าง FireFox ของผมมีปัญหากับตัวอักษาไทยแตกเป็นเสี่ยงๆ จนเล่น FB ไม่ได้ เลยต้องหันมาใช้ Google Chrome สักพัก แต่ก็ยังขาด Extension ที่ใช้ประจำอย่าง Speed Dial ที่เอาไว้เป็น Bookmark เว็บต่างๆ แต่ก็ยังสามารถหา Extension ที่ดีๆได้จาก Web Store บางตัวติดตั้งมาแต่ไม่ได้ใช้ แถมกินแรม ทำให้ Chrome ช้าเสียอีก แต่บางตัวนี่ก็ดีมากๆจนต้องบอกต่อครับ

ความสามารถเบื้องต้นของ Chrome

    สิ่งที่ผมว่า Chrome น่าสนใจคือ คุณสมบัติที่ผสานเข้ากับ Google Apps ครับ อย่าง Address Bar ที่สามารถพิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหาได้เลย ระบบช่วยแปลภาษาอีก จะสรุปมาเป็นข้อๆนะครับ

  1. Address Bar ที่รวม Search bar ของ Google ไว้ในนี้เลย
  2. สามารถค้นหารูปที่คล้ายกัน(ตรวจสอบที่มาของรูป) ด้วยการคลิกขวาแล้วเลือก “Searh Google for This Image”
  3. สามารถแปลภาษาเว็บไซต์ต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น, จีน, รัสเซีย ให้เป็นภาษาที่ต้องการ (ปกติผมเลือกแปลเป็น Eng จะได้คำแปลที่ถูกต้องกว่าแปลเป็นไทยครับ)
  4. สามารถ Sync หน้า Tab ที่เปิดค้างกับแอพฯ Chrome ใน iPad/Tablet (แต่ต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนนะครับ)
  5. มีแท็ปสำหรับเปิดเว็บแบบส่วนตัวไม่ต้องกลัวโดนแฟนจับได้ว่าคุยกับกิ๊ก เพราะแท็ปนี้จะไม่ทิ้งข้อมูลอะไรไว้เลย (เอาไว้ทำธุรกรรมทางการเงินก็ปลอดภัยระดับหนึ่ง สำหรับคนที่เล่นเน็ตคาเฟ่)

ส่วน Extension ที่แนะนำมีดังนี้ครับ

(Search ชื่อใน Web Store ได้เลยครับ) https://chrome.google.com/webstore

1. Cleary

     Cleary ใช้สำหรับแปลงหน้าเว็บที่อาจจะมีตัวอักษรเล็ก หรือโฆษณามากมายให้กลายเป็น ตัวอักษรสีดำ พื้นขาว มีรูปประกอบ สามารถไฮไลต์ข้อความ สั่งพิมพ์และส่งเข้าแอพฯ Evernote ที่เราผูกบัญชีไว้ได้เลยครับ          

    01-Claery

02-Cleary

2. Pocket

     Pocket เป็นเครื่องมือในการเก็บบทความที่เราชอบไว้อ่านทีหลัง สามารถใส่ Tag เพื่อง่ายในการค้นหาได้ครับ โดยสามารถอ่านทีหลังได้ผ่านเบราเซอร์หรือแอพ Pocket ใน สมาร์ทโฟน, แท็ปเล็ต ก็ได้ครับ

อ่านเพิ่มเติม

Advertisements

มาอ่าน feed แบบนิตยสารบน FireFox กันดีกว่า

ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนานเกือบสัปดาห์เลยทีเดียว ตอนี้น้องๆนักศึกษาคงได้ปิดเทอมไปหยุดพักผ่อนกันแล้วนะครับ ส่วนพวกคนทำงานอย่างผมก็ต้องสู้กันต่อปายยยย = =a

     สำหรับกิจกรรมที่ผมทำเป็นสิ่งแรกในตอนเช้าเมื่อมาถึงออฟฟิศนั่นก็คือการเช็คเมล์ เช็คเว็บไซต์ต่างๆว่ามีข่าวอะไรอัพเดทหรือเปล่า อ่านข่าวตามเว็บข่าวบ้าง ซึ่งกว่าจะเข้าไปอ่านหมดก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมงแล้ว = =a(อู้ตั้งแต่เช้าเลยตรู) จนมาสังเกตุว่าเออ เว็บพวกนี้มันก็มี Feed ให้อ่านนี่นา ทำไมไม่อ่านจาก feed หล่ะ ถ้าข่าวไหนน่าสนใจค่อยคลิ๊กเข้าไปอ่านต่อ คงประหยัดเวลาได้พอสมควร  เอาล่ะเรามาหาอุปกรณ์อ่าน Feed กันเลยครับ…………

          สำหรับตัว RSS Reader ที่ผมเลือกมาในวันนี้เป็นหนึ่งใน Extension ของ FireFox 3 ซึ่งเป็นบราวเซอร์ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำนะครับ RSS Reader ตัวนี้มีชื่อว่า Feedly ครับ โดยจุดเด่นของันคือทำงานเหมือนเป็นหน้านิตยสาร สามารถโยงข้อมูลของ Google Reader และ Twitter ,Delicious และ YouTube เข้าด้วยกัน หากชอบใจก็กดแชร์(Facebook,Twitter)ได้ทันที จะส่งอีเมล์ก้ได้ง่ายๆ มีเรตติ้ง อยู่ที่ 5/5 ดาวเลยทีเดียวครับ

image

สำหรับการติดตั้งก็เหมือนการติดตั้ง Extension ปกติของ Firefox นะครับ

ติดตั้งไฟล์คลิ๊กที่นี่ครับ (ต้องใช้ Firefox นะครับ)ลั้นลา

หน้าตาของโปรแกรม

การเรียกใช้งานให้คลิ๊กตรงรูป image Feed สีเขียวที่อยู่ข้างปุ่ม Home นะครับ (ปกติจะอยู่ข้าง Address bar) คลิ๊กแล้วจะได้หน้าตาแบบนี้ครับ (ผมปรับแต่งบ้างแล้วในบางส่วนด้วยการเอา feed ที่ไม่ต้องการออก และเพิ่ม feed ใหม่เข้าไป)

image

จะเป็นหน้าที่ลิงค์เข้าไปเว็บไซต์ www.Feedly.com  ครับ จากนั้นให้เราลงทะเบียนใหม่หรือจะล็อกอินด้วย Google Account (Gmail) ก็ได้ครับ (เดี๋ยวนี้บัญชี Gmail ใช้ได้กับหลายเว็บแล้วนะครับ  ใครยังไม่มีผมแนะนำว่าให้รีบสมัครไว้ดีกว่านะครับ)

สำหรับหน้าแรกก็จะแสดง Feed ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจครับ แบ่งเป็นหมวดหมู่ไว้แล้ว ที่แน่ๆเป็นภาษาอังกฤษครับ 555

image

    ตัวอย่างฟีด มีรูปประกอบด้วยนะเออ เลิฟๆ

LOG IN

           ถ้าเราล็อกอินด้วย Google Account จะเจอหน้าตาอินเทอร์เฟซแบบนี้ครับ

image

  พอล็อกอินแล้วก็ แต่น..แต๊นเลิฟๆ

image

หน้าตาดูเหมือนพวกนิตยสารออนไลน์เลยทีเดียว เมนูหลักๆมี 2 ส่วนนะครับคือ

1.Menubar  สำหรับแสดงชื่อ Account ของเรา, Add source – เพิ่ม Feed , Organizer Source – จัดการ Feed (เอา feed ออก), Preference – การตั้งค่าการทำงานของ Feedly ต่างๆ,การเพิ่ม/เปิด/ปิด การทำงานของโมดูล, @feedly – เป็น Twitter ของ feedly ครับ แล้วส่วนสุดท้าย Signout ไว้ลงชื่ออกครับ (ถ้าเป็นเครื่องส่วนตัวผมแนะว่ากดปิดหน้าไปเลยครับ เวลาเปิดมาคราวหน้ามันจะล็อกอินให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลามาล็อกอินใหม่อีก)

2.Categories bar (ขอเรียกแบบนี้หล่ะกันนะครับ) ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆคือ 1.Style มีทั้งหมด 4 แบบคือ Cover,digest,latest และ Popular

อ่านเพิ่มเติม

Windows Live Essential 2011 (Beta 2) เจ๋งจริง

          ไม่ได้อัพบล็อกกันมานานพอสมควรเลยครับ เนื่องจากแหล่งข้อมูลอย่าง iGadgety ได้มีการปรับปกรุงหน้าตาจนผมรู้สึกว่ามันใช้ยากขึ้นเมื่อเทียบกับแต่ก่อน แถมห้องยังไม่มีเน็ตอีก จะอัพทีต้องแอบอัพในบริษัท (เสี่ยงโดนซองขาวดีวุ้ย) พอดีวันนี้ได้มีโอกาสทดสอบตัว Beta 2 ของ Windows Live Essential 2011 ตัวใหม่ซึ่งมาพร้อมแท็ป Ribbon ซะที (คู่ควรกับ Windows 7 ซะที) ที่โดนใจผมมากๆคือ แท็ปของ Windows Live Writer ที่ผมอัพบล็อกอยู่เป็นประจำนี่ ได้เอาแทปด้านข้างออกแล้วย้ายไว้ด้านบนแทน ซึ่งทำให้พื้นที่เขียนบล็อกกว้างขึ้น แถมยังเติมสีให้ font ได้ง่ายขึ้นเหมือนใช้ word อย่างไรอย่างนัั้นเลยทีเดียว (อันนี้แหละที่รอคอย เลิฟๆ) หน้าตาแตกต่างกันอย่างไร เดี๋ยวมาดูกันเลยครับ

Windows Live Writer screenshot

หน้าตาแบบเดิมๆ ดูง่ายๆดี

image

หน้าตาตัว New Windows Live Writer 2011 นี่นึกว่า Word 2010 มาเองเลยทีเดียว สังเกตุดูจะเห็นว่าตัวเปลี่ยนสีตัวอักษร และfont ได้ย้ายมาอยู่ด้านหน้าแล้ว (เวอร์ชั่นก่อนหลบอยู่ในหลืบเลยทีเดียว)

เมื่อเทียบกับ Office 2010 ล่ะ จะเป็นยังไงบ้างนะ makua004

image

ดูเหมือนพี่น้องคลานตามกันมาเลยทีเดียว yoyo1

 

Windows Live Messenger 2011

สำหรับสาวกนักแช็ตคงขาดกันไม่ได้ทีเดียวกับโปรแกรมแชตยอดนิยมอีกตัว  ที่ตอนนี้ได้ปรับปรุงหน้าตาดูดีเข้าขั้นเทพอีกแล้ว 

image

หน้า Home ที่แสดงว่ามีใครออนอยู่มั่ง เชื่อมกับสถานะของเราผ่าน Facebook และ Twitter ได้อีกด้วยนะเออ ส่วนหน้าต่างแชตยังเหมือนเดิม  สำหรับตัวนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียดมากครับ แต่คาดว่าคงมีอะไรดีๆซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ^ ^

อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรมฟังเพลงชิลๆบน PC

    นี่เป็นอีกเอนทรีย์นึงที่ผมอยากจะเขียนไว้นานแล้วครับ สำหรับคนที่ต้องใช้คอมพ์ระหว่างการทำงานทั้งวัน อย่างผมหรือผู้อ่านอีกหลายๆท่าน เลยถือโอกาสแนะนำโปรแกรมที่ดีๆ(แต่อาจไม่มีในเครื่องท่าน)  ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังคงติดกับโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Winamp (เพื่อนผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเลยข้ามเจ้า Winamp ตัวเก่งของหลายๆท่านไปนะครับ  จะมีตัวไหนบ้างไปดูกันครับ

          ขอออกตัวก่อนนะครับว่าวันนี้เป็นแค่การแนะนำตัวกันคร่าวๆเท่านั้น  คุณสมบัติเด่นๆเดี๋ยวค่อยมารีวิวในเอนทรีย์ถัดไปครับ (ถ้าว่างนะ) สำหรับเจ้าตัวที่จะพรีวิววันนี้ก็มี

  1. Aimp2
  2. Window Media Center 12
  3. iTune
  4. Songbird

สำหรับตัว Media Monkey นี่ผมยังไม่ได้ติดตั้งลงครับ เพราะว่าหน้าตานี่ไม่ได้ต่างกับเจ้า Songbird สักเท่าไร ส่วน Foobar เอาไว้สำหรับพวกนักฟังหูทองที่ฟังกันแบบ Lossless ฟังก็แล้วกัน (ผมเน้นหน้าตาก่อนคุณภาพเสียงล่ะมั้ง)

 

AIMP 2

    ตัวนี้เป็นโปรแกรมสำหรับฟังเพลงโดยเฉพาะครับ ตัวโปรแกรมมาจากประเทศรัสเซีย ครับ แต่ว่ามีนักพัฒนาชาวไทยทำปลั๊กอินภาษาไทยไว้ให้เราใช้ด้วยครับ ตัวโปรแกรมมีขนาดเล็ก ปรับ Equalizer และเพิ่มเติมสกินได้ครับ นอกจากนั้นยังไม่มีปัญหากับ ID3 Tag ครับ

image 

คุณสมบัติเด่นๆก็คือ 1.สร้างรายการเพลงได้มาก (เป็นแท็ป สลับไปมาได้)

                           2.คลิกที่รายชื่อเพลงแล้วส่งไปที่แฟลชไดร์ฟหรือว่าจะก็อปปี้เพลงก็ทำได้ทันที

                           3.ที่ผมชอบที่สุดก็นี่เลยครับ  สามารถตั้งเวลาปิด – เปิด คอมพ์ได้ (ทำให้ผมชอบเปิดเพลงทิ้งไว้ก่อนนอนเลยทีเดียว)

 

Window Media Center 12

 

image

หน้าตาเรียบง่าย แต่ว่าดูดี (สามารถปรับแต่งโทนสีได้ด้วย) เป็นโปรแกรมพื้นๆที่ติดมากับ Windows 7 แต่ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ผมชอบใช้ โดยเฉพาะการใช้งาน Library ที่ค้นหาเพลงได้ง่ายมาก  ไม่มีปัญหาภาษาต่างดาวเหมือนเจ้านกน้อย Songbird โดยรวมก็ถือว่าผ่านครับ  อ้อ….ตัวนี้ก็รองรับ Lyrics Plugin เหมือนเดิมครับ (ค้นหาเน้อเพลงภาษาไทยได้ด้วยนะเออ)

อ่านเพิ่มเติม