สิ่งที่ผมคาดหวังกับ iPhone 5

ก็ใกล้เข้ามาแล้วกับการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือยอดนิยมของโลกในปี 2012 ที่ไม่พ้นเจ้าแห่งมือถือจอสัมผัสจากค่ายผลไม้แหว่งอย่าง แอปเปิ้ล กับการเปิดตัวมือถือปีละหนึ่งรุ่น หลังจากปีที่แล้วปล่อย iPhone 4S รุ่นไมเนอร์เชนจ์จาก iPhone 4 ที่ทำให้ใครที่รอ iPhone 5 ผิดหวังไปตามๆกัน (แต่ก็ยังขายดีมากเช่นเคย) มาในวันนี้ iPhone รุ่นถัดไปค่อนข้างแน่นอนแล้วจะมีชื่อว่า “iPhone 5” จากการจดชื่อโดเมน www.iphone5.com ของทางค่ายแอปเปิ้ล และหลายๆค่ายก็ออกมาวิเคราะห์สเปค iPhone 5 ไปต่างๆนาๆกัน และนี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังกับ iPhone 5 ครับ

iphone 4 inch

  • เราหวังว่า iPhone 5 จะมีขนาดหน้าจอเพิ่มเป็น 4” เเบบ Retina Display เพราะจากการทดลองใช้ระยะเวลาหนึ่งผมว่าจอขนาด 3.5” มันค่อนข้างเล็กแล้วครับ ขนาด 4” น่าจะเป็นขนาดเหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบันมากกว่า
  • ระบบกล้องถ่ายรูป หากไม่ใช่ขนาด 8 ล้านพิกเซล อาจจะขยับไปเป็น 12 ล้านพิกเซล (เหมือนอย่าง Sony Xperia S)
  • มาพร้อมกับ iOS 6
  • ระบบแผนที่ตัวใหม่ที่จะมาแทนที่ Google Map ซึ่งแผนที่นี้ทางแอปเปิ้ลเป็นผู้พัฒนาเอง
  • Siri รองรับภาษาไทย (ข้อนี้หาความคาดหวังได้ยากมากเลยนะเนี่ย กำลังใช้ความคิด)
  • มาพร้อม CPU และ GPU ที่แรงกว่าเดิม (แบตฯมีความจุยิ่งขึ้นด้วย)

แล้วเพื่อนๆละครับ คาดหวัง iPhone 5 แบบไหนกันมั่งเอ่ย Xbox

Advertisements

เล่นเน็ตไร้สายผ่าน 3G–CAT CDMA

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ผมได้ลาออกจากที่ทำงานเดิม เพื่อมาตามหาความฝันของตัวเอง จากนี้คงจะมีอะไรดีๆกลับมาอัพเดตบล็อกตัวเองได้อีกครั้งครับ ^ ^

     เนื่องด้วยตัวผมเองมีกิจการที่ต้องดูแล และบ้านที่พักอาศัยอยู่คนละแห่งกัน การจะติดตั้งอินเทอร์เน็ตแบบ ADSL ทั้งสองแห่งดูออกจะเป็นการใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองเกินเหตุในยุคเศรษฐกิจไม่ค่อยดีเช่นนี้ แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อินเทอร์เน็ตในทั้งสองแห่ง ทางออกที่ดีที่สุดคือการใช้ Air Card ครับ

     วันนี้ผมจะมาคุยถึง Air-Card นอกกระแส (ในกระแสคงเป็น AIS 3G กับ True Move H ที่ขยันออกโฆษณากัน แถมบางเว็บบอร์ดยังมีการตั้งกระทู้จวกผู้ให้บริการซะเละเทะเลย) และเนื่องด้วยการใช้งานตามสันดานผมที่เน้นปริมาณการ Download เป็นหลักมากกว่าความเร็ว ผมจึงเลือกใช้ CAT 3G CDMA  ข้อดีคือเเพ็กเกจที่ผมใช้ไม่ได้มีการกำหนดปริมาณการดาวน์โหลดไว้ครับ เลยใช้ได้แทน ADSL เลย แถมความเร็วก็ไม่ได้น่าเกลียดมาก (อาจเป็นไปได้ว่าคนใช้กันน้อยล่ะมั้งครับ)

image

ผลการทดสอบจาก Speedtest.net (Host ทดสอบอยู่ที่กรุงเทพครับ)

ปิงสูงเป็นเรื่องปกติของ Air Card (แต่ก็ยังดีกว่า ADSL บางค่ายที่ผมเคยใช้อยู่ครับ)

อ่านเพิ่มเติม

Nokia X1-01 มือถือ 2 ซิม ความคุ้มค่าราคาน่าคบ

     พอดีเมื่อวานนี้ผมได้ไปซื้อมือถือมาใหม่อีกเครื่องนึงสำหรับมาใช้ที่ร้านครับ เน้นใช้งานโทร ทนทาน แบตอึด ราคาไม่สูง เลยได้ตัว Nokia X1-01 ซึ่งเป็น Feature Phone สีแดง (อยากได้สีส้มนะ แต่พอดีที่ Powerbuy เหลือแค่สีแดงเท่านั้นเอง)

imageimage

Nokia X1-01 เป็น Feature Phone 2 Sim – Dual Stand by สามารถเปิดรับสายได้ทั้งสองซิม รวมถึงเวลาโทรออกสามารถเลือกได้ว่าจะให้โทรออกโดยใช้ซิมไหนได้ด้วยครับ

คุณสมบัติพิเศษ

  • ฟังเพลง (MP3) มีช่องใส่ microSD Card  ช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. รวมถึงปุ่มเลื่อนเพลงด้านข้าง (Back Track/ Pause & Play /Next Track)
  • มีไฟฉาย (อันนี้ได้ใช้ประโยชน์บ่อยมาก)
  • รองรับ 2 ซิม ดูอัล แสตน์บาย จะโทรออกซิมไหนก็เลือกได้เลย
  • นาฬิกาปลุก (ใช้ทุกวัน)
  • เครื่องคิดเลข (ใช้บ่อยมาก)

ความจริงไอ้สองตัวหลังมันก็มีทุกเครื่องแหละ แต่พอดีใช้บ่อย

กับราคาค่าตัวแค่ 1,230 บาท ถือว่าคุ้มค่าครับ

BADA ยังไม่ตายและกลับมาใหม่ในเวอร์ชั่น 2.0

ช่วงที่ผ่านมาผมไม่ได้อยู่ออฟฟิศเกือบ 2 เดือน เนื่องด้วยภารกิจลับเฉพาะ (เหมือน Operation : Ghost Protocol (ปฏิบัติการไร้เงา) ใน M.I:4) ทำให้ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆมาอัพเดทกันเลย  แถม iPad ที่พกไปด้วยก็อัพบล็อกได้ไม่สนุกเท่าการเขียนผ่าน Windows Live Writer ในเครื่องพีซีครับ ……ช่วงนี้ผมคงได้กลับมาอยู่ออฟฟิศเป็นหลักแล้ว จะทยอยๆอัพเดตข้อมูลมาให้ได้อ่านกันนะครับ

        ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แวดวงมือถือก็มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นอย่าง iPhone 4S ที่ซื้อผ่าน Apple Store ราคาถูกกว่าการซื้อผ่าน Operator (AIS,Dtac,True) ซะอีก  หรือการที่ Galaxy S, Tab จะไม่ได้รับการอัพเกรดเป็น ICS ….ฯลฯ

     แต่ที่ผมดูจะสนใจเป็นพิเศษคือการกลับมาของระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนนอกกระแสที่ถูกปลุกปั้นโดยซัมซุงอย่าง BADA ที่เคยออกอัพเดตล่าสุดคือ 1.2 ไปเมื่อปีที่แล้วพร้อม Wave II  คราวนี้กลับมาพร้อมเวอร์ชัน 2.0 ครับ

image

โดยตัว BADA 2.0 จะมาพร้อมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของซัมซุงอย่าง SS Wave 3, Wave M และ Wave Y

image

โดยหน้าตา (Interface) ถูกปรับปรุงให้น่าใช้มากขึ้น คล้ายคลึงกับ TouchWiz UI บน Android แต่ยังคงความง่ายในการใช้งานเหมือนฟีเจอร์โฟนครับ

imageimageimageimage

แถมกลับมาคราวนี้ยังรองรับ Multi-tasking ทำให้สามารถทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันได้ซะที

                         imageimage

หน้าตาเครื่องเล่นเพลงก็ดูดีมีรสนิยมมากขึ้น แถมยังเป็น widget ไว้เล่นบนหน้า Homescreen ได้อีกด้วย

โดยราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงมากนัก อย่าง Wave Y ราคาเพียง 4,790 บาท หากต้องการสมาร์ทโฟนคุณสมบัติไม่มากมายเกินไปใช้งานได้ดีกว่าฟีเจอร์โฟน ราคาไม่สูงมาก เอาไว้ใช้เป็นเครื่องที่ 2 – 3 รวมถึงไม่เน้นแอพฯ ผมว่า Bada คงเป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกันครับ

image

ที่มาของรูปภาพ : www.mxphone.com

รายละเอียดเพิ่มเติมของ Bada

– Bada 2.0 พัฒนาการใหม่อีกขั้น ของระบบปฏิบัติการที่สมาร์ทของ Samsung

– 5 ข้อควรรู้ก่อนใช้ Bada กับ 5 แรงจูงใจพัฒนาแอปฯ Bada

Google Galaxy Nexus…..Nexus ตัวใหม่พร้อม Ice Crean Sandwich

         หลังจากปล่อยให้ Apple เปิดตัว iPhone 4S ไปแล้ว ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวมือถือจากค่ายกูเกิ้ลที่มีซัมซุงเป็นผู้ผลิตอย่าง Google Galaxy Nexus ที่เป็นรุ่นถัดมาจาก Nexus S ครับ โดยคราวนี้มาพร้อมกับ Android OS 4.0 ที่มีโค้ดเนมน่าอร่อยอย่าง Ice Cream Sandwich

ส่วนหน้าตาคราวนี้ฉีกออกจากแนวตระกูล Galaxy อย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งซัมซุงบอกว่าพยายามออกแบบให้แตกต่างจาก iPhone มากที่สุดเพื่อลดปัญหาข้อพิพาธที่อาจเกิดขึ้นจากการดีไซน์ครับ

001

     ส่วนสเปคนั้นก็ไม่ได้สูงมากอย่าง Galaxy S2 แต่ออกแบบมาเพื่อเป็นการกำหนดมาตรฐานของ Ice Cream Sandwich ครับ โดยจัดอยู่ในระดับบน ส่วนตัวเครื่องมีการออกแบบมาได้สวยเลยทีเดียว (ผมชอบแบบนี้มากกว่าแบบเหลี่ยมๆเหมือน Galaxy S2 ) ดูเผินๆจะไปคล้ายกับ HTC Sensation เหมือนกันครับ

Specification of Google Galaxy Nexus

  • O.S : Android  4.0 Ice Cream Sandwich
  • CPU : Dual-Core 1.2 GHz
  • RAM : 1 GB
  • Storage : 16 GB และ 32 GB
  • จอแสดงผล : ขนาด 4.65 นิ้ว (ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล) Super Amoled HD
  • กล้องหลัก : 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash พร้อม Zero Shutter Lag
  • วีดีโอ : บันทึกวีดีโอได้ที่ความละเอียด 1080p ที่ 30 fps
  • กล้องหน้า : ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 3.0, USB 2.0, WiFi 802.11 a/b/g/n ( 2.4 GHz และ 5 GHz)
  • มี NFC และ Barometer ที่เพิ่มเข้ามาจากเซ็นเซอร์ปกติ
  • บาง 8.94 มม.
  • หนักเพียง 135 กรัม
  • แบตเตอรี่ความจุ 1,750 mAh

ส่วนราคา ยังไม่เป็นที่แน่นอน แต่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 2X,XXX ครับ

เตรียมอัพเดต iOS 5 ได้แล้ว เร็วๆนี้

หลังจากเมื่อคืนที่ทางแอพเปิ้ล ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ประจำปี 2011 ( 4 ต.ค. 54) นี้ก็ได้มีสิ่งที่น่าสนใจบ้างดังนี้ iPod Touch ลดราคาลง + มีสีขาวด้วย, iPod Nano มี Theme นาฬิกามากขึ้น (เอาไปใช้กับสายนาฬิกา กลายเป็นนาฬิกาข้อมือแบบสุด Geek เลยแหละ) iPhone เวอร์ชั่นที่ 5 ที่ไม่ใช่ iPhone 5 แต่เป็น iPhone 4S แทน ซึ่งกลายเป็น Minorchange ของ iPhone 4 และที่น่าสนใจสุดๆสำหรับคนที่มี iPad คือ iOS5 ……

ios5-feature

iOS 5 คืออะไร?

    iOS คือ ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาในเครือของแอปเปิล (เรียกรวมๆว่า iDevice) ปัจจุบันอยู่ในรุ่น 4.3 ซึ่ง iOS 5 ที่จะเปิดให้ใช้กันในวันที่ 12 ต.ค. 54 นี้ แล้วทำไมมันน่าตื่นเต่นละครับ………

     ในฐานะคนที่ใช้ iPad 2 คนหนึ่ง ผมเป็นคนที่เบื่อการ Sync ข้อมูลผ่านสายมากที่สุดเลย ทั้งยุ่งยางต้องถือสายไปด้วยตลอด แต่ถ้า iOS 5 ออกมาเราสามารถที่จะทำการ Sync ข้อมูลได้แบบไรสายไม่ต้องเสียบสายเคเบิลให้ยุ่งยากเลยครับ

image

ความสามารถใหม่ๆใน iOS 5

นอกจาก Wireless Sync แล้วสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันใน iOS5 ก็มี

Notification Center ซึ่งจะอยู่ด้านบนของหน้าจอ สามารถเลื่อนมาดูได้ว่ามีเมล์เข้ามากี่ฉบับบและแจ้งเตือนต่างๆในที่เดียวครับ

iMessage เป็นระบบแชทในเครือข่าย iDevice คล้ายๆกับ BBM ของ Blackberry ครับ

Newsstand เป็นเหมือนชั้นวางนิตยสารที่พอนิตยสารที่เราสมัครสมาชิกไว้มีฉบับใหม่เข้ามาจะดาวน์โหลดอัตโนมัติ

Reminders เป็นการเพิ่มความสามารถด้านการเตือนความจำ (To-do list) เข้ามาใน Calendar ครับ

Twitter ที่สามารถ Tweet ได้จากทุกแอพฯ

Photos ที่มีระบบตกแต่งภาพเพิ่มขึ้นมา (แต่ปกติใช้แอพฯอื่นแต่งภาพอยู่แล้วนะ ) มีทั้งตกแต่งและครอป ปรับแต่งอัตโนมัติ และลบตาแดง

Safari ที่เสริมระบบ Read It Later ไว้ในตัวเอง ทำให้สามารถเซฟหน้าที่ต้องการไว้อ่านทีหลังได้

Multitasking Gesture for iPad อธิบายยากแฮะ หัวข้อนี้….เอาเป็นว่าสามารถใช้ Gesture เปิด Task ได้ประมาณนั้นครับ

Calendar เพิ่ม Year View ทำให้เราเห็นปฏิทินในรอบ 1 ปีได้เสียที

สำหรับ iOS 5 จะเปิดให้ใช้งานกันในวันที่ 12 ตุลาคม 54 พร้อมกับ iCloud ครับ

แล้ว iCloud คืออะไร อีกละเนี่ย = =”

อ่านเพิ่มเติม

SS Galaxy Note – แทปเล็ตที่ทำให้หวนคิดถึง Palm

001

ปีนี้ถือเป็นยุคแห่งแท็ปเล็ตจริงๆเลยครับนอกจาก iPad 2 แล้วยังมี Galaxy Tab 10.0 และ HTC Flyer รวมถึงแทปเล็ตอื่นๆที่ทยอยออกมา เพียงแต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถตอบสนองเรื่องการขีดเขียนได้ดีเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับการใช้ปากกาจดโน้ตจริงๆ (ยกเว้น HTC Flyer ที่มีปากกามาให้แต่มีจุดอ่อนคือราคาที่สูงเมื่อเทียบสเปคกับแทปเล็ตตัวอื่น)  นอกจากนั้นยังมีขนาดที่ใหญ่เกินกว่าจะใส่ลงในกระเป๋ากางเกงด้านหลังซะอีก

         นี่คงเป็นจุดอ่อนของคู่แข่งที่ทางซัมซุงมองเห็นเลยได้ทำการออกแทปเล็ตรุ่นใหม่มาหลังจากที่ออก SS Galaxy Tab 7”, 8.9 และ 10.1”  ตระกูล SS Galaxy Player 4.0 (4”), 5.0 (5”)  สมาร์ทโฟนไฮเอ็น SS Galaxy S2 (4.3”) มาอุดช่องโหว่ด้วย Galaxy Note ที่มีขนาดหน้าจอ 5.3” ซึ่งมีจุดเด่นคือรองรับ 3G Quad-Band และมี Stylus สำหรับใช้แทนปากกาที่ให้ประสบการณ์ในการเขียนบนหน้าจอเหมือนเขียนลงบนสมุดบนทึกเล่มเล็กๆเลยทีเดียวครับ  นอกจากนั้นยังมีขนาดที่เล็กพอเก็บลงในกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ตัวโปรดได้ด้วยครับ

สำหรับสเปคของ Galaxy Note ที่เด่นๆมีดังนี้ครับ

ทั่วไป

  • หน้าจอความละเอียดระดับ HD (Resolution 1280 x 800)  ขนาด 5.3”
  • หน้าจอระบบสัมผัส Capacity ชนิดหน้าจอ Super AMOLED
  • CPU : Dual-Core 1.4 GHz ARM Cortex-A9 proccessor
  • รองรับ 2G(GSM) Quad-Band และ 3G Quad-Band HSDPA 850/900/1900/2100
  • Interface แบบ TouchWiz UI เวอร์ชั่น 4.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชั่น 2.3 (Gingerbread)
  • ระบบหมุนภาพหน้าจอแบบ Gyroscope sensor
  • หนัก 178 กรัม
  • เมมโมรี่ในตัว 16, 32 GB แรม 1 GB
  • รองรับ microSD สูงสุด 32 GB
  • ปากกา S-Pen Stylus เก็บไว้ในตัวเครื่องได้
  • แบตเตอรี่ Li-Ion 2,500 mAh

อ่านเพิ่มเติม

SS Galaxy Z เปิดตัวแล้วที่สวีเดน

      เมื่อวันสองวันทีผ่านมาผมมีโอกาสได้อ่านข่าวการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือตัวใหม่จากค่าย Samsung เลยเอามาฝากกันนิดๆหน่อยๆ (เดี๋ยวบล็อกจะร้าง) แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบหน้าตาของ Galaxy Z มากกว่า Galaxy S II ซะอีกนะเนี่ย

image

หน้าตาอารมณ์ประมาณ Galaxy Cooper + Galaxy S II เหมือนที่ใครหลายคนบอกเลยทีเดียว ^_^

สเปคคร่าวๆ(เค้าบอกมาอีกที)

    • ซีพียู NVIDIA Tegra 2 dual-core 1GHz
    • หน้าจอ SC-LCD ขนาด 4.2 นิ้ว ความละเอียด 800×480
    • กล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอได้ 720p, มีกล้องด้านหน้าสำหรับวีดีโอคอล
    • ความจุ 8GB
    • บาง 9.5 มิลลิเมตร
    • น้ำหนัก 135 กรัม
    • Android 2.3 Gingerbread

พูดง่ายๆคือเป็น Galaxy SII ลดสเปคลงมาแต่ยังเป็นดูอัลคอร์อยู่ แต่โดยรวมก็อยู่ในระดับดีครับ คาดว่าจะกลายเป็นมือถือระดับ Mainstream ในปีนี้  เห็นราคาขายที่ยุโรปมันอยู่ที่ 19,XXX บาท (ที่โน่นขายแพงกว่าบ้านเรามาก) ถ้าเข้าไทย ราคา Galaxy SII ตอนนี้อยู่ที่ 18,900 บาท ผมว่าตัวนี้น่าจะอยู่ที่ราวๆ 15,900 ได้ล่ะมั้ง (เดาเอานะ อย่าถือเป็นข้อเท็จจริงล่ะ)

ที่มา : http://www.phonemove.com/news/android/13094511547912