ซีรีย์เอเวอรี่เดย์ (แปลว่าดูซีรีย์มันทุกวันนั่นแหละ) – -“

ช่วงนี้สงสัยท่าจะว่างจัดแฮะ  เริ่มใช้ชีวิตเหมือนพ่อบ้านเข้าไปทุกทีแล้วเรา ตื่นแต่เช้า กว่าจะทำงานบ้านเสร็จก็ปาไปเที่ยงกว่า บ่ายๆก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยดูซีรีย์ทางช่อง True Series  บางวันก็เปิดไปเรื่อยเจออะไรก็ดู…..อีกสักหน่อยไปทำงานคงไม่มีโอกาสแบบนี้แล้วล่ะมั้งเนี่ย  รีบๆดูไว้ดีกว่า

 

Navy NCIS 4

เริ่มต้นด้วยซีรีย์ที่เมื่อก่อนดูบ้างไม่ได้ดูบ้าง NAVY: NCIS IV (Season 4)

   นี่เป็นซีรีย์ที่ช่วงนี้ผมติดงอมแงมเลยทีเดียวล่ะ เนื้อเรื่องก็ประมาณว่าตัวเอก(กิบส์)เป็นเจ้าหน้าที่(พิเศษ เนื่องจากปลดเกษียณตัวเองไปแล้ว  แต่ด้วยความเก่งเกินคน  เลยถูกลากตัวกลับมาทำงาน….สงสัยจะให้ตายคาหน่วยเลยมั้งนี่) ในหน่วยงานที่ชื่อว่า NCIS ซึ่งย่อมาจาก Naval Criminal  Investigative Service ซึ่งหมายถึงหน่วยงานที่ทำการสืบสวนเกี่ยวกับการฆาตรกรรมที่มีเหยื่อหรืออยู่ในพื้นที่ทางทหาร(ในที่นี้ไม่แน่ใจว่าจะเฉพาะทหารเรือหรือเปล่านะครับ) โดยใช้หลักทางนิติวิทยาศาสตร์และการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ดูๆไปก็คล้ายๆ CSI นั่นแหละนะ  ตัวละครแต่ละตัวก็มีเอกลักษณ์ดี  ในปัจจุบันนี้อยู่ในซีซั่นที่ 4 แล้ว  การเดินเรื่องจะประกอบด้วยตัวละครหลักๆดังนี้ (เอาเท่าที่ผมจำได้นะครับ) กิบส์ (หัวหน้าหน่วยสืบสวน) โทนี่ ดิโนสโซ่ (รองหัวหน้าหน่วย) ซีว่า (อดีตสายลับมอสสาดที่มาร่วมทำงานกับ NCIS ด้วยเหตุผลทางการฑูต) แอบบี้ (นักนิติวิทยาศาสตร์(เก่งเเบบสุดยอด แม้จะดูเพี้ยนๆไปหน่อยก็ตาม) แมคกี (เด็กใหม่ในแผนก NCIS ที่จริงก็เก่าแล้วแหละ  คอยทำงานทั่วไปแต่เก่งคอมพ์พอตัวนะ มักจะคอยเป็นผู้ช่วยแอบบี้บ่อยๆ) ดัคกี้ (หมอชันสูตร ที่สามารถระบุเวลาการตายของแต่ละศพได้แม่นยำ)  การดำเนินเรื่องกระชับ (จบภายใน 45 นาที/ตอน) แม้ว่าปริศนาบางอย่างดูแล้วมันคาใจทิ้งไว้ให้เราหาเหตุผลเองบ่อยๆ (- -“)

More Information : [Wikipedia] Navy : NCIS

    ตอนนี้ใครสนใจอยากดูก็สามารถติดตามได้ที่ช่อง True Series (21) จันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.00 – 15.00 น. ครับ

—————————————————————————————-

ต่อด้วยซีรีย์ที่ดูบ้าง ไม่ได้ดูบ้างกับ Pushing Daisie นักสืบสัมผัสมหัศจรรย์

image

  Pushing Daisies: The Complete First Season/ นักสืบสัมผัสมหัศจรรย์ ปี 1 เปิดเรื่องด้วยการบรรยาย (ให้เสียงโดย จิม เดล – Jim Dale) ถึงชีวิตชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ เน็ด (Ned แสดงโดย Lee Pace) นักทำขนมพาย เจ้าของร้านชื่อ Pie Hole พายโฮล เน็ด เขาเป็นผู้ที่มีพลังพิเศษ ลึกลับที่มีผู้ทราบเพียงไม่กี่คน ซึ่งพลังพิเศษอันเป็นพรสวรรค์นั้นก็คือ เมื่อเขาได้สัมผัสสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว จะทำให้สิ่งนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเรื่องจะเริ่มจาก การแนะนำชีวิตในวัยเด็กของ เน็ด ซึ่งเขาได้แอบชอบเด็กผู้หญิงข้างบ้านคนหนึ่ง ชื่อเรียกสั้นๆ ว่า ชัค (Charlotte "Chuck" Charles รับบทเมื่อโตขึ้นโดย Anna Friel)
          เน็ด ค่อยๆ ค้นพบพรสวรรค์ของเขา โดยเขาเริ่มจากการได้สัมผัสตัวดิ๊กบี้ สุนัขแสนรักของเขาที่ถูกรถชนตาย แล้วกลายเป็นการชุบชีวิตดิ๊กบี้ (Digby) สัตว์เลี้ยงของเขาเองขึ้นมาอีกครั้ง และต่อมาเน็ด ก็ได้พบว่า ถ้าหากมีสิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่เขาสัมผัสให้ฟื้นขึ้นมาแล้ว ถูกเขาสัมผัสซ้ำอีกครั้งหนึ่ง สิ่งนั้น ก็จะกลับตายลงเป็นซากศพอีกอย่างถาวร (ชุบชีวิตขึ้นมาไม่ได้อีก) เขาจึงไม่สามารถสัมผัสเจ้าสัตว์เลี้ยงของเขาได้อีกเลย
          และ ต่อมาเมื่อแม่ของเน็ดได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน เน็ดจึงเข้าไปสัมผัสตัวแม่ของเขาเพื่อชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในอีกหนึ่งนาทีถัดมาพ่อของชัค (เด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างบ้าน) ก็ได้เสียชีวิตลงอีกคนอย่างกระทันหัน ซึ่งต่อมาเน็ดจึงได้เรียนรู้ว่าหากสิ่งที่เขาจะชุบชีวิต หากไม่ถูกเขาสัมผัสภายใน 1 นาที ก็จะต้องมีสิ่งมีชีวิตอื่นในระแวกใกล้เคียงอีก 1 ชีวิตจะต้องตายลงอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตซึ่งเหมือนเป็นการตายทดแทน กัน และสิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือแม่ของเน็ดได้เสียชีวิตลงไปอีกในเวลาต่อมา หลังจากที่แม่ของเขาได้จูบหน้าผากเน็ดก่อนนอน ทำให้แม่ของเขาต้องจากเขาไปอย่างไม่มีทางกลับมาได้อีก ดังนั้น เน็ด และชัค ในวัยเด็กจึงต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า และต้องย้ายไปอยู่ห่างกัน เน็ดถูกพ่อพาไปอยู่โรงเรียนประจำ ส่วนชัคต้องย้ายไปอยู่กับน้าฝาแฝด

          เน็ด โตขึ้นมา เป็นนักทำขนมพาย (ผลไม้ที่เขาจับ และนำมาปรุงเป็นพาย จะสดน่ารับประทานมากเป็นพิเศษ) และต่อมา นักสืบเอกชนที่ชื่อ อีเมอร์สัน คอด (Emerson Cod แสดงโดย Chi McBride) ได้รู้ถึงความสามารถพิเศษของเน็ด และชวนเขาให้มาร่วมงานเพื่อช่วยคลี่คลายคดีฆาตกรรม โดยเพียงแค่เน็ด สัมผัสศพให้ฟื้นขึ้นมา ภายใน 1 นาที เพื่อถามว่าฆาตกรเป็นใคร และเมื่อได้รางวัลนำจับมาแล้วก็แบ่งเงินกัน ซึ่งก็ดูจะเป็นงานง่ายๆ รายได้ดี จนกระทั่งวันนึง เน็ดต้องไปคลี่คลายคดีฆาตกรรมสาวสวยคนหนึ่ง ที่ถูกฆ่าระหว่างท่องเที่ยวทางเรือ และสาวสวยคนนั้นก็คือ ชัค เด็กผู้หญิงข้างบ้านซึ่งเขาเคยแอบชอบ

         เมื่อ เน็ดได้ชุบชีวิตชัคขึ้นมา เขาไม่อาจตัดใจสัมผัสชัคให้ตายลงอีกครั้ง (ผลก็คือ สัปเหร่อเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ) เน็ดพาชัคไปอยู่ด้วยกัน ที่บ้าน (แต่สัมผัสกันไม่ได้) หางานให้เธอทำในร้านพายโฮล และร่วมกันคลี่คลายคดีฆาตกรรมต่างๆ ร่วมกับนักสืบเอกชนอีเมอร์สัน โดยมีพนักงานในร้านพายโฮล อีกคน คือ โอลีฟ (Olive Snook รับบทโดย Kristin Chenoweth จากเรื่อง The West Wing) ผู้แอบชอบเน็ดอยู่ พยายามเปิดโปงตัวจริงของชัคอยู่เงียบ ๆ

 

image

แล้วชีวิตของเน็ดก็ ได้เปลี่ยนไปเมื่อชัคก้าวเข้ามาอีกครั้งแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะสัมผัสตัวชัค ได้ ความรักระหว่างเน็ด และชัคก็ค่อยๆ งอกงามขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวกัน ชัค คือ รักแรก และรักเดียวของเน็ด ตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นเด็ก (ที่อยู่ข้างบ้านของเธอ) แต่เมื่อเน็ดปลุกชีพของเธอขึ้นมา เพื่อคลี่คลายคดี เขากลับไม่อาจตัดใจส่งเธอคืนสู่เงื้อมมือมัจจุราชได้อีกตามที่ควรจะเป็น ชัคจึงกลายมาเป็นหุ้นส่วนในบริษัทนักสืบร่วมกับเน็ด และ ค๊อด ซึ่งเรื่องราวคงจะแฮ็ปปี้ เอ็นดิ้ง ถ้าหากไม่มีการหักมุมอันแสนโหดร้ายว่า .. ถ้าเขาสัมผัสเธออีกครั้ง เธอก็จะจากเขาไปตลอดกาล …….

ที่มาของบทความ : http://myjourneydiary.multiply.com/reviews

  ใครที่อยากชมก็ลองติดตามในช่อง True Series (21) เอานะครับ….เรื่องนี้เน้นดูเอาฮาครับ

=================================================

เรื่องสุดท้าย สาวซ่า…ขอเป็นแอร์ฯนะ Attention Please

image

เรื่องนี้บอกตามตรงเลยว่าโดนแม่ลากมาให้ดู (- -“) แต่พอดูๆไปก็ตลกดีเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบนิสัยของนางเอกสักเท่าไรหรอกนะ  แต่อย่างว่าดูเอาฮา…คิดไรมากล่ะ

เรื่องย่อครับ….

     มิซากิ โยโกะ หญิงสาวที่ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป โดยในสมัยเรียนนั้นมักเล่นอยู่กับผู้ชาย โดยเธอนั้นชอบดนตรีร็อคมากๆ และยังเป็นนักร้องนำของวงร็อคที่จัดขึ้นโดยเพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน แต่เมื่อเรียนจบ เพื่อนๆต่างก็ต้องแยกกันไปทำงาน ต้องยุบวง และขณะที่ไปส่งเพื่อนที่สนามบินที่จะไปทำงานที่โตเกียวนั้นเอง ได้เห็นเพื่อน ๆ ผู้ชายต่างมองแอร์โฮสเตสด้วยความสนใจว่าสวยจริงๆ ทำให้ มิซากิ โยโกะ เกิดอยากจะเป็น แอร์โฮสเตสบ้างจึงได้ส่งสมัครไปยัง บริษัท JAL (Japan Airlines) เพื่อสมัครเป็นแอร์และได้ไปสอบสัมภาษณ์ แต่ด้วยความที่ โยโกะเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมจึงได้ใส่ชุดแบบนักร้องร็อคไป จึงต้องไปขอคนอื่นที่มาสอบเช่นกันเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย และเมื่อสอบเสร็จได้มีจดหมายไปแจ้งว่าสอบผ่าน โยโกะ มิซากิ จึงเดินทางไปโตเกียว เพื่อไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่กว่าเธอจะได้เป็นนั้นเธอจะต้องผ่านการฝึกต่างๆมากมาย โดยภายในเรื่องจะให้เห็นถึงการฝึกต่างๆกว่าจะได้มาเป็นแอร์โฮสเตส พร้อมทั้งความสนุกและตลกของ มิซากิ โยโกะ ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง และมักทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น

ความคิดเห็นหลังจากดูจบ
คำพูดบางคำ อาจไม่มีค่าหรือความหมายกับคนพูด แต่คำพูดบางคำนั้น
อาจจะมีความหมายต่อผู้ฟังมาก อย่างคำพูดของอาซึสะ ที่พูดออกมาอย่างไม่ได้คิดอะไร  แต่กลับมีความหมายต่อโยโกะมาก ๆ คำพูดที่ว่า “ฉันอยากเห็นโยโกะใส่ชุดนั้นนะ”  กลับทำให้โยโกะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองหลังจากนั้น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ได้เข้ากับตัวเองเลย แต่เพราะคำพูดนั้น ก็ทำให้เธอไปสมัครเป็นแอร์โฮสเตส และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโยโกะ บางสิ่งอาจไม่มีค่าและความหมายสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือสิ่งของ แต่กลับมีค่า และความหมายมากสำหรับคนอื่น…

ที่มาของบทความ : http://www.lovelydvd.com/catalog.php?idp=648

ซีรีย์นี้เพิ่งเริ่มออกอากาศครับ (ถ้าจำไม่ผิดอาทิตย์ที่ผ่านมาคงเป็นตอนที่ 6 ล่ะมั้ง)

ถ้าอยากติดตามชมก็ทุกวันเสาร์ เวลา 21.00 – 22.00 ส่วนวันอาทิตย์ก็ 21.15 – 22.10 น. ทางช่อง True Asian Series (22)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s